จอมอาชา

เรื่องเสียว จอมอาชา
มันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วครับ คุณผู้อ่าน ที่ว่าปัจจุบันนี้ ไอ้เรื่องอย่างว่าเป็นสิ่งที่ปรารถนาแลต้องการของทุกเพศทุกวัย…
หรือว่า คุณจะปฏิเสธ?
ยกเว้นจากผู้ที่หลุดพ้นแล้วจากตัณหาทั้งปวงนั่นแหละ ผมจึงจะยอมรับว่าอิทธิฤทธิ์ของกามรสไม่อาจทำให้ท่านไหวหวั่นได้
นอกจากนั้นนะหรือ…ฮ่า ผมคิดว่าเหมือนกันหมดทุกคนนั่นแหละครับ
ไอ้บางคนอาจจะดัดจริตทำเป็นว่าฉันนี้เป็นผู้ดีที่มีคุณธรรมสูง
ได้ยินใครเขาพูดกันเรื่องอย่างว่า ทำเป็นเอามือปิดหูว่า
“อุ๊ย หยาบคาย”
ฟังไม่ได้…แท้ที่จริง เจ้าหล่อนนั่นแหละร้ายนัก ปากว่าตาขยิบ อยู่ในที่ลับกับผู้ชาย ความกดดันมันก็พุ่งออกมาเอง ผู้หญิงพวกนี้แหละครับที่ผู้ชายอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ อยากเจอสักที
บางครั้งความใคร่ของเจ้าหล่อนปะทุขึ้นถึงขนาด…
“พี่ไม่ต้อง…น้องทำเอง” ก็ยังมี
เทิด เป็นชื่อของเขา… ชายหนุ่มอายุ 20 เศษ เป็นคนงานดูแลไร่แห่งนี้ ด้วยความรู้ที่เขาเรียนจบจากวิทยาลัยเกษตรกรรม ทำให้เทิดมีหน้าที่จากเจ้านายอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือ มีหน้าที่ดูและเลี้ยงม้าเทศจากออสเตรเลียกว่า 10 ตัวของนายประชุมผู้เป็นเจ้านาย
ไร่ พี.เอ็น. คือสถานที่พักผ่อนบำรุงความสุขของนายประชุม เทิดต้องเหน็ดเหนื่อยทุกครั้งที่นายประชุมและแขกเหรื่อมากพัก แต่เขาก็ไม่เคยบ่น แม้ว่าหลังจากที่ทุกคนมาพักผ่อนกลับไปแล้ว
สิ่งที่เหลือให้เขาต้องจัดการ… นอกจากความสกปรกของถ้วยชามที่เปรอะเปื้อน ขวดเหล้าเปล่าเกะกะ เศษอาหารราคาแพง และถุงยางมีชัยแล้ว ก็มีเพียงปึกธนบัตรจำนวนน่าชมที่แต่ละคนหยิบยื่นให้กับเขาเท่านั้น
ทุกครั้งที่มีคนมาพักที่ไร่แห่งนี้ เทิดก็ไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเหล่านั้นมากนัก
นอกจากนั่งดูคนจากเมืองหลวงเหล่านั้นเฮฮากันอยู่ห่าง ๆ จากหน้าบ้านพักของเขาแค่นั้นเอง บางครั้งที่มีแขกของนายประชุมที่อยากจะขี่ม้าเล่น เขาจึงพาตัวเข้ามาใกล้ชิดได้ แต่ก็น้อยครั้งจริง ๆ ที่ผู้หญิงกรุงเทพฯ จะอยากขี่ม้าเล่น
เกือบทุกคนดูจะกลัวมันด้วยซ้ำ ม้าเทศแต่ละตัวที่เทิดเลี้ยง สูงใหญ่ ล่ำสันและดูน่ากลัวดังว่า ไปเหมือนกับความสูงใหญ่ และความล่ำสันของเทิด ซึ่งแขกทุกคนที่มาพักสนใจ โดยเฉพาะแขกผู้หญิงด้วยแล้ว ใบหน้าที่หล่อเหลาและกร้านแกร่งไปกับแสงแดดกลางไร่ทุกวันทำให้เธอเหล่านั้นลอบมองอย่างพึงปรารถนา
แต่หล่อนเกรงใจคู่ครองของพวกหล่อนมากกว่า เทิดจึงไม่มีโอกาสจนแล้วจนรอด
เช้าวันนี้ก็เช่นกัน เทิดตื่นแต่เช้าเพราะคุณประชุมโทรเลขมาว่าจะมีแขกมาพักที่ไร่ ให้ต้อนรับด้วย
ด้วยกางเกงยีนส์ซีด ๆ และเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีเข้ม เทิดพาตัวเองมาหยุดยืนที่คอกม้า ด้วยเสื้อผ้าที่เขาแต่งกายทำให้บุคลิกของคนเลี้ยงม้าหนุ่มผู้นี้ผึ่งผายขึ้นมาอย่างประหลาด
เทิดถอนใจลึก ๆ เมื่อได้ยินเสียงแตรไฟฟ้าของรถเก๋งราคาแพงกดถี่ ดังมาจากปากทางเข้าไร่
“มากันแล้วพวกชาวกรุง ใครกันวะอยากจะขี่ม้า”
เทิดนึกในใจถึงข้อความในโทรเลขที่ให้เขาเตรียมม้าเชื่อง ๆ ไว้ให้พร้อมด้วย
เพียงชั่วครู่ มัสแตงสีแดงเลือดนกก็คลานเข้ามาจอดที่หน้าเรือนพักร้อน พอดีกับที่เทิดก้าวยาว ๆ ไปถึงนั่นพอดี
ชายหญิงคู่หนึ่งนั่งคู่กันมาตอนหน้า ฝ่ายชายอายุราว ๆ สี่สิบเศษ อ้วนจนเหมือนหมูที่ห่มหุ้มด้วยเสื้อผ้าราคาแพง สูบกล้องพ่นควันไม่ขาดระยะ แต่ผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาด้วยนั่นสิ ทำให้เทิดต้องหันมามองอีกเป็นครั้งที่สอง
เจ้าหล่อนอยู่ในวัยที่จัดว่าเป็นสาวใหญ่แล้ว แต่ก็คงพ้นสามสิบปีไปไม่มากนัก เรือนร่างและนัยน์ตาเพียงแค่มองเท่านั้นก็ทำให้ผู้ชายอารมณ์เปลี่ยวอย่างเทิดร้อนซู่ซ่าขึ้นมาทันที แถมแต่งกายด้วยชุดที่กล้าหาญที่สุด เสื้อแหวะอกสไตล์ล่าสุดจากปารีสทำให้พวงถันที่ครัดเคร่งของเธอไม่อาจหลบเชือนสายตาของเทิดได้ ปทุมไฉไลสีขาวผุดผาดออกมาตั้งครึ่งค่อน เทิดกลืนน้ำลายลงคอขณะที่ชายเจ้าของรถเปิดประตูออกมาพร้อมกับยื่นกุญแจรถให้
“ช่วยยกกระเป๋าหลังรถให้หน่อยซีน้องชาย ไอ้ชุมโทรฯมาบอกแล้วใช่ไหม”
“ครับผม”
เทิดตอบอย่างนอบน้อมพลางเดินไปเปิดท้ายรถพร้อมกับนำทั้งหมดตรงไปยังห้องพักที่จัดเอาไว้ให้แล้ว
“แบบบ้านเขาสวยจังนะคะป๋า ยังกะวิลล่าในสเปน คุณชุมนี่รสนิยมสูงจัง”
“เฮ่ย แต่มันรวยน้อยกว่าป๋าน่ะ รอให้บ้านตากอากาศที่วังแก้วของป๋าเสร็จก่อน แล้วเธอจะเห็นว่ามันจะเป็นวิลล่าที่สวยที่สุดในประเทศไทย”
หญิงสาวเบ้ปาก
“ฮึ…สวยที่สุด ห้องนอนของป๋าแต่ละห้องติดกระจกเอาไว้ทุกด้าน แถมเพดานยังติดกระจกอีก มองไปทางไหนคงจะพบแต่คนแก้ผ้ายุบยับไปหมด”
เศรษฐีหุ่นหมูตอนตะเบ็งเสียงหัวเราะชอบใจ พร้อมกับเอามือลูบไปที่สะโพกอวบหนาของเธอ
“ก็มีเธอกะฉันเท่านั้นหรอกน่าเยาวเรส อีแก่ที่บ้านในกรุงเทพน่า ไม่มีโอกาสเห็นห้องแบบนี้หรอก”
อ้อ ชื่อ เยาวเรส เทิดนึกในใจ ผู้หญิงกรุงเทพแต่ละคนชื่อเพราะ ๆ ทั้งนั้น
เยาวเรสหันขวับมาทางเขา และถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองว่า
“ม้าอยู่ที่ไหนล่ะ พ่อหนุ่ม”
“ในคอกโน่นครับ” เทิดชี้มือ “คุณจะขี่ตอนนี้เลยหรือครับ”
“ฉันชอบตอนนี้เพราะว่าแดดมันยังไม่ร้อนนัก อ้อ นี่คงจะรู้จักชื่อฉันแล้วนะ ส่วนป๋าท่านชื่อชาญชัย เธอละชื่ออะไร หน้าตาไม่เลวนิ”
“ผมชื่อเทิดครับ”
เสียงผัวของหล่อนกระแอม ทั้งหมดพากันเข้าไปในห้องพัก ขณะที่เทิดเตรียมจะถอยออกมา เยาวเรสก็หันมาหรี่ตากับเขาพลางสั่งว่า
“ไปเตรียมม้าเอาไว้ เดี๋ยวฉันจะลงไปที่คอก”
เทิดรับคำ เขาเดินกลับไปที่คอกม้า พร้อมกับความคิดคำนึงถึงอกขาวผ่องยวนตาและสะโพกหนั่นเนื้อของเยาวเรส
ครู่ต่อมา เยาวเรสก็เดินคู่กันมากับป๋าชาญชัยด้วยชุดที่เตรียมไว้สำหรับการขี่ม้าโดยเฉพาะ
เทิดเลือกม้าตัวที่เชื่องที่สุดให้เธอ ส่วนป๋าชาญชัยปฏิเสธที่จะขี่ม้าเพราะสภาพร่างกายเขาเหมาะกับรถเก๋งมากกว่า แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนทันสมัยอยู่เสมอ เห็นจากรถเก๋งส่วนใหญ่ที่เขาขับเองมักจะเป็นรถสปอร์ตเฟี้ยวฟ้าวทั้งสิ้น เยาวเรสเป็นเมียน้อยอีกคนที่เสน่ห์ทางเพศของหล่อนดึงดูดให้เขาลุ่มหลง ที่เขาและเธอมาพักผ่อนที่ไร่แห่งนี้เพราะต้องการตามใจเยาวเรสมากกว่า
ดังนั้น จึงมีแต่เทิดกับเยาวเรสสองคนเท่านั้น ถึงแม้จะขี่ยังไม่เก่งนัก แต่ก็ยังไม่เลวนักที่หล่อนไม่ยักนึกกลัวม้าเหมือนผู้หญิงคนอื่น ๆ ที่มาที่ไร่
เทิดคนเลี้ยงม้าหนุ่มแห่งไร่พี.เอ็น.ลอบยิ้มอย่างสบายใจ แขกที่มาไร่วันนี้ไม่เสียหลายเท่าไรนัก นอกจากได้ทำงานที่เขาถนัดแล้ว เขายังได้รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มจากเยาวเรสเป็นกำนัลหลายหนแล้ว
ความจริงการที่ผู้หญิงยิ้มให้เทิดไม่ใช่เป็นของแปลก เพราะเขาได้รับเป็นประจำจากแขกทุกคนที่มาพักที่ไร่แห่งนี้
แต่การที่เยาวเรสยิ้มให้เทิดหลังจากที่เขาเอื้อมมือไปดึงก้นงอนเช้งของหล่อนอย่างจงใจ หรือขณะที่เขาเลื่อนมือไปกุมมือหล่อนไว้เพื่อสอนวิธีกำบังเจิ๋มยนนั้น เป็นการยิ้มเหมือนกับจะบอกเทิดว่า
ทำยังงั้นไปเถอะ ถ้าลับตาผัวหุ่นเฮงซวยของหล่อนละก็ หล่อนไม่ว่า
เทิดคิดขณะที่ม้าเหยาะย่างไปถึงเนินเขาอันร่มรื่นด้วยกลุ่มไม้ยืนต้นในไร่
“ลองควบลงจากเนินนี่ลงไปในทุ่งข้างล่างบ้างดีไหมคะคุณ น่ากลัวคงสนุกพิลึก”
เทิดพยักหน้าขณะที่เยาวเรสหันไปโบกมือหยอย ๆ ให้กับผัวของหล่อนที่ยืนคาบไปป์ดูหล่อนอยู่ที่เรือนพัก
“โอ.เค. ไปกันเถอะพ่อรูปหล่อ”
หล่อนว่า พลางกระแทกสเปอร์เข้ากับท้องม้าเต็มแรง
ม้าสองตัวพุ่งปราดลงจากเนิน ไม่กี่นาทีมันก็ทิ้งเรือนพักพร้อมกับนายชาญชัยไว้ข้างหลังไกลลิบโดยไม่ต้องหันไปดู เทิดทราบจากความจัดเจนในไร่ของเขาว่า อย่างไรเสีย นายชาญชัยจะไม่มีวันเห็นเขากับเยาวเรสเป็นอันขาด เพราะป่าดงที่ชูดอกสะพรั่งนั่นจะบังเขากับหล่อนจากสายตาของคนบนเรือนพักนั่นไว้ได้โดยสิ้นเชิง
เทิดวางแผนไว้แล้วในใจ จึงหยุดม้าเขาไว้ในช่องที่ลับตา เยาวเรสบังคับม้าให้หยุดเคียงข้างเขาพร้อมกับเหลียวมาดู ตากลมโตของหล่อนแสดงความสงสัย
“หยุดทำไมกันจ๊ะ เทิด”
“ลงมาดูวิวแถวนี้ซิครับคุณเยาวเรส ข้างหน้าโน้นคือทุ่งหญ้าอันไพศาล ถูกแดดตอนสาย ๆ สวยงามอย่าบอกใคร ผมอยากให้คุณเก็บภาพนี้ไว้ในความทรงจำ คนที่มาที่นี่ทุกคนติดใจทุ่งนี้ทั้งนั้นครับ”
เยาวเรสพยักหน้าเข้าใจ ก้าวลงจากหลังม้า เทิดลงตาขณะที่เยาวเรสสูดลมหายใจจากบรรยากาศที่สุดสวยเข้าปอด
“จริงอย่างที่เธอว่านะเทิด แถวนี้สวยจัง ลมเย็นสบายด้วย เธอพาใครมาที่นี่บ่อยครั้งไหม”
เขาสืบเท้าไปหาหล่อน
“ไม่บ่อยนักหรอกครับ เพราะถ้ามาก็คนเดียวมันทรมาน ทำให้คิดถึงผู้หญิงสวยอย่างร้ายกาจทีเดียว บรรยากาศที่นี่มันโรแมนติคชะมัด แต่ว่าวันนี้…”
เขารวบร่างหล่อนปลิวเข้ามารัดในวงแขนอย่างรวดเร็ว ก้มลงจูบไปทั่วใบหน้า ปาก คอ คิ้ว คาง และกลางเต้าเต่งที่ยั่วใจ สองมือลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังลงไปที่ลาดสะโพกที่เขม็งเครียด
เยาวเรสดิ้นเล็กน้อยในตอนแรก ชั่วขณะหนึ่งต่อมา หล่อนกับเบียดตัวเข้าหาเทิด พุ่มพวงทั้งคู่ที่ซ่อนตัวอย่างหมิ่นเหม่ในเสื้อคอกว้าง บัดนี้ทะลึ่งหลุดจากสิ่งกีดขวางเสียแล้ว เยาวเรสหยัดร่างขึ้นสูงพร้อมกับอัดอกอิ่ม ๆ ทั้งคู่ของหล่อนกับใบหน้าหนาของเทิดอย่างเจตนา
“ฮื้อ…เทิด”
เสียงเยาวเรสครางงึมงำ ชายหนุ่มไม่ได้ยินเสียงอะไรเสียแล้ว ใบหน้าที่ใช้ฟอนกับอกเปลือยงอนเช้งของเยาวเรสไซ้เลื่อนขึ้นมาที่ริมฝีปากงามของหล่อนพร้อมจูบอย่างหนักหน่วง เยาวเรสครางกระหึ่มในลำคอ
เทิดสอดมือเข้าไปในเสื้อตัวงามของหล่อนซึ่งบัดนี้ไม่มีความหมายเสียแล้ว ดึงชายเสื้อด้านหลังออกจากขอบกางเกงขี่ม้า พร้อมกับรั้งร่างหล่อนลงนอนบนพื้นหญ้าเขียวขจี
ทั้งสองจูบกันอย่างไม่ถอนริมฝีปาก ขณะที่ร่างของเยาวเรสค่อย ๆ เอนราบลงกับพื้น
มือของเทิดเลื่อนมาลูบไล้อยู่บนทรวงสล้างของหล่อนอย่างแผ่วเบา และเน้นนิ่งที่ปลายติ่งเหนือเนินเนื้อนั้น มันเป็นความจัดเจนอย่างเสือร้ายของเทิดซึ่งเกิดขึ้นเองโดยสัญชาติญาณหนุ่ม
“อูย…ซี๊ด…เทิดขา…ซี๊ด…”
เยาวเรสครางกระเส่าด้วยฤทธิ์เสียวซ่านจากมืออันหยาบกร้านของคนเลี้ยงม้าหนุ่ม สุดที่จะสะกดกลั้นอารมณ์ระอุของตนไว้ เยาวเรสรัดร่างชายหนุ่มไว้แนบแน่น
“เทิด ฉันจะขาดใจตายอยู่แล้ว”
เมื่อมือไม้ที่หยาบกร้านของเทิดสอดลึกเข้าไปในกางเกงขี่ม้าของหล่อน เหมือนกับจะหาของเล่นที่ถูกใจ มันไต่เปะปะจนกระทบกับสิ่งที่ปรารถนา เยาวเรสก็แอ่นตัวขึ้นหาเขาอย่างสุดทน สองมือของหล่อนจิกอยู่ที่ผมสลวยของเทิด ใบหน้าของเขาคลุกอยู่กับเนื้อนมที่หนั่นแน่น
หญิงสาวจิกศีรษะของเทิดและกดไว้แนบแน่นขณะที่ลิ้นสากของเทิดไล้ไปที่ปลายเนินสีชมพูนั้น บางครั้งเทิดจะใช้ฟันเน้นหัวนมเพียงเบา ๆ และป่ายลิ้นดุจงูฉกไปที่จุดนั้น
“อูย…เทิดช่วยฉันที”
เยาวเรสครางเหลืออด สะโพกอวบงามส่ายไปมาเหมือนจะหนีให้พ้นมือที่ทำให้ทรมานนั้น
กิริยาเช่นนี้เองบอกให้เทิดรู้ว่า ขณะนี้เยาวเรสมีความรู้สึกเช่นไร เทิดดึงแขนออกจากขอบกางเกงยีนส์ของหล่อน พร้อมกับปลดกระดุมกางเกงของหล่อนกระชากซิบดับพรืด ไม่ถึงนาที กางเกงขี่ม้าตัวงามก็หลุดจากข้อขาของหล่อนพร้อมกางเกงในเจอร์ซี่ย์ตัวกะจิดริด
“อะโห” เทิดอุทานในใจ ขณะที่โคกสวรรค์ของเยาวเรสออกมาอวดโฉม สามเหลี่ยมทองคำเป็นโคกจิ๋มที่ใหญ่โตมโหฬารจริง เหนือลานเนินสวรรค์แห่งนั้น มีเส้นขนที่งอหงิกแต่นุ่มนวลดุจไหมพรมอยู่หนาแน่น แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจปกปิดความอวบใหญ่ของโคกสวรรค์นั้นได้หมด ฉะนั้นลาดเนื้อด้านข้างสองแคมที่เบียดแน่นอยู่กับโคนขาสองข้างจึงขาวผ่องดุจน้ำนม
“อย่างนี้มั้งที่เขาเรียกว่า จิ๋มมีบุญ”
เทิดคิดเพราะว่าผัวของหล่อนเป็นเศรษฐี อาศัยเพียงเนื้อที่เพียงแค่นี้ในร่างกายทำให้หล่อนมีความสุขไปตลอดชาติทีเดียว
ชั่วความคิดคำนึงที่หยุดชะงัก สองแขนของเยาวเรสที่ยังโอบเขาอยุ่ก็ดึงร่างของคนเลี้ยงม้าหนุ่มให้โถมทับไปยังร่างของหล่อนอีกครั้ง
“เทิดช่วยฉันหน่อยซิจ๊ะ…ซี๊ด”
หล่อนครางขณะที่ริมฝีปากเขาอมติ่งเนื้อที่ปลายยอดนมนั้นไว้อีกครั้ง
เทิดจูบตั้งแต่เหนือยอดอกลงมา และต่ำลงมาครั้งสุดท้ายที่ใบหน้าของเทิดไต่มาถึงกลางลำตัวและริมฝีปากของเทิดไซ้อยู่ที่เนินจิ๋มของหล่อน เยาวเรสถึงกับครางตัวสั่นสะท้าน
เท้าเปลือยทั้งคู่ของหล่อนแยกเผยอจากกันอย่างเผลอไผล ปลายเท้าทั้งคู่จิกแน่นกับพื้นหญ้าที่รองรับ แอ่นจิ๋มขึ้นมาหาใบหน้าของเทิดอย่างลืมตัว
“ซี๊ด…อย่าทรมานเยาว์เลย ซี๊ด ว้าย ตายแล้ว ช่วยด้วยเทิด ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
เยาวเรสครางระงม แต่มือดันกดศีรษะของคนเลี้ยงม้าหนุ่มให้จมอยู่กับโคกจิ๋มหล่อนหนักขึ้น ทั้งนี้เพราะลิ้นที่ฉกประดุจลิ้นงูของเทิดกระทบกับติ่งสวรรค์ของหล่อนเข้าแล้ว
เยาวเรสแทบจะขาดใจตายกับบทรักของเทิดอยู่รอมร่อ หล่อนสาบานกับตัวเองว่า ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยจะประสบกับความสุขสุดยอดที่สุดในชีวิตวันนี้เอง
ด้วยบทรักบนปลายลิ้นนั่นเอง เยาวเรสสุดที่จะทนต่อไปได้อีกแล้ว
“อุ๊ย เทิดจะฆ่าฉันหรือไง”
มือไม้ของหล่อนป่ายเปะปะและมาสะดุดอยู่ที่เป้ากางเกงของเทิด
“อุ๊ย ซี๊ด…เย็ดฉันเถอะเทิด”
เทิดเองก็ทนไม่ไหวแล้ว ไอ้หนูของเขาบัดนี้มันดันกางเกงแทบปริอยู่แล้ว ยิ่งถูกมือของเยาวเรสป้วนเปี้ยนอยู่ด้วย มันก็แทบจะโลดออกมาดังใจ
เมื่อเทิดผุดลุกขึ้นถอดเสื้อกางเกงนั้น สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเยาวเรสทำให้หล่อนตกตะลึงทีเดียว เพราะลำลึงค์อันยาวใหญ่ชนิดที่นายชาญชัยเทียบไม่ถึงครึ่งของเขานั้น ดูผงาดง้ำน่ากลัวเหลือเกิน
“อุ๊ย ตายแล้ว เทิด ของเธอทำไมใหญ่อย่างนี้”
เทิดครางกระหึ่มขณะที่ปราดเข้าไปคลุกร่างของหล่อนอีกครั้ง ครั้งนี้ร่างกายของทั้งคู่ปราศจากเสื้อผ้ากีดขวางแล้ว ร่างเปลือยของเขาและหล่อนที่กำลังกอดก่ายกันแนบแน่นขณะนี้ดูงามอย่างประหลาด
ชายหนุ่มที่ล่ำสันและหญิงสาวที่อวบอัด…
ผิวสีทองแดงของคนเลี้ยงม้าในไร่ ตัดกับสีผิวขาวของคนเมืองกรุงอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นภาพที่น่าดู ถ้าใครแอบมาเห็นเข้า
“คุณเยาว์ไม่ต้องกลัวหรอกครับ เพราะจิ๋มของคุณก็ใหญ่เหมือนกัน”
เทิดกระซิบ ขณะที่เนื้อตรงโคนขาถูกเหน็บด้วยนิ้วของเยาวเรส
“บ้า มาว่าเขาจิ๋มใหญ่ อุ๊ย ซี๊ด”
พูดจบหล่อนต้องร้องครวญครางอีกครั้ง เมื่อเทิดพลิกตัวขึ้นมาทับร่างหล่อน พร้อมกับจ่อปลายบักกระทบที่ปลายติ่งแตดของหล่อนพอดี
“อูย ซี๊ด ค่อย ๆ ก่อนนะเทิด”
เทิดขยับร่างให้ถนัดกับหล่อน เหมือนกับจะแกล้ง ท่อนควยของคนเลี้ยงม้าหนุ่มแทนที่จะปักหัวลงมุดรูสวรรค์ เขากลับจับปลายลึงค์ถูไถผ่านปลายแตดที่ชุ่มโชกด้วยน้ำเงี่ยนของหล่อนไปมา
“อูย ซี๊ด ดีจัง เทิดขา เยาว์เสียวจริง ๆ”
เทิดถูปลายลึงค์ไปมาอีกหลายครั้งจึงกระซิบกับเยาวเรสว่า
“ให้ผมเย็ดหรือยังล่ะ เยาวเรส”
“ซี๊ด เย็ดเยาว์ไว ๆ เลยจ้ะเทิด อูย เยาว์ทนไม่ไหวแล้ว”
เยาวเรสครางด้วยความเงี่ยนที่รุมเร้าอยู่ในทรวงอก มือของหล่อนกำลำลึงค์ของเขาแน่น พยายามจะดึงให้ตรงกับปากรูสวรรค์ของหล่อนอยู่ตลอดเวลา
ด้วยการโลมเล้าอย่างเสือผู้หญิงของเทิด ที่ปากรูจิ๋มของเยาวเรสจึงมีน้ำเงี่ยนของหล่อนคลอออกมาแล้ว นั่นคือสิ่งหล่อลื่นสุดวิเศษที่ธรรมชาติประทานมาให้มนุษย์ล่ะ
และบัดนี้ เยาวเรสพร้อมแล้วที่จะให้คนเลี้ยงม้าหนุ่มเสพสมกับหล่อน
เทิดค่อย ๆ จ่อปลายบักที่บานด้วยความเงี่ยนจัดของเขาเช่นกันตรงปากรูจิ๋มของหล่อนและค่อย ๆ ดันเข้าไปช้า ๆ
“อุ๊ย…ซี๊ด…”
เยาวเรสกระเส่าหนักเหมือนถูกพริกเผ็ดกำใหญ่
“เบา ๆ หน่อยค่ะเทิด ตึงรูจังเลยเดี๋ยวจิ๋มจะฉีก”
นี่ขนาดของหล่อนใหญ่แล้วจะยังกลัวอีก เทิดนึกในใจ ของนายชาญชัยสงสัยจะเล็กนิดเดียวแน่ คิดพลางเทิดก็ค่อย ๆ เดินเครื่องไปข้างหน้าช้า ๆ
เหมือนวัวกระทิงที่เตรียมจะขวิดศัตรูข้างหน้า มันตะกุยขาเข้า ๆ ออก ๆ อยู่เป็นนาน
“เทิด…อูย…ทำไมมันเสียวอย่างนี้”
“ดีไหมครับ คุณเยาว์”
“อูย ซี๊ด เสียวจนบอกไม่ถูก”
เทิดชักลำลึงค์ออกช้า ๆ คราวนี้เขากระเด้าลำลึงค์เข้าไปสุดแรง เยาวเรสผวาร้องลั่น
“ว๊าย ซี๊ด เทิด ซี๊ด จะเอาเข้าก็ไม่บอก”
“เจ็บหรือครับคุณเยาว์” เทิดถามขณะที่ตูดขยับเข้าช้า ๆ จนสุดลำลึงค์ของเขา
“ไม่…ไม่เจ็บหรอกค่ะ แต่ควยของเทิดถูกปากมดลูกเยาว์พอดี ซี๊ด แทบขาดใจเยาว์เลย ซี๊ด…อูย…เทิดขาทำไมเย็ดเก่งอย่างงี้”
“เย็ดอย่างนี้เยาว์ชอบไหมครับ”
“ชอบค่ะ เยาว์เสียวในรูเหลือเกิน”
“หรือครับ ผมก็เสียวหัวควยจัง จิ๋มของคุณเยาว์ตอดหัวควยผมจัง”
ทั้งคู่ลืมไปหมด คิดไปว่าขณะนี้มีเพียงเขาและหล่อนเพียงสองคนในโลกเท่านั้น จึงหาความสุขกันเต็มที่ แน่ละเยาวเรสจึงมีใจหรรษายิ่งนัก ตั้งแต่ร่วมรสกับนายชาญชัยมา หล่อนไม่เคยมีความสุขเท่ากับคนเลี้ยงม้าหนุ่มคนนี้เลย ถึงแม้ว่านายชาญชัยผัวของหล่อนจะมีลูกเล่นพลิกแพลงอย่างไรก็ไม่เคยทำให้หล่อนมีความสุขสุดยอดเลยสักครั้ง ที่หล่อนฝืนใจอยู่กับนายชาญชัยผัวของหล่อนก็เหตุผลเดียว นั่นคือเพราะเงินตัวเดียวเท่านั้นเอง นายชาญชัยมีเงินมากมายมหาศาลยิ่งนัก จึงสามารถบันดาลให้เธอมีทุกสิ่งทุกอย่างได้
แต่ที่นายชาญชัยไม่สามารถบันดาลให้หล่อนสมปรารถนาได้อย่างเดียวนั้นคือ ความสุขบนเตียงนอนนั่นเอง เขาหาความสุขให้ตัวเขาฝ่ายเดียว พอสมใจก็หลับทุกคราว ไม่เหมือนกับหนุ่มเทิดคนนี้เลย เพราะเทิดทำให้หล่อนซาบซ่าถึงอกถึงใจที่สุด ข้อลำของเขาล่ำสัน ลำลึงค์ใหญ่เหยียดยาว การเล้าโลมที่เหนือกว่า เมื่อมาเจอกับหล่อนที่อวบอัด โคกสวรรค์ที่ใหญ่สมดุลกัน จึงธรรมดาที่จะต้องก่อให้เกิดความบันเทิงใจอย่างสุดซึ้ง
“อูย ซี๊ด…เทิดขา เยาว์จะทนไม่ไหวแล้วค่ะ”
เทิดเองก็เช่นกัน ทุกครั้งที่เขาตะบันลำลึงค์อันใหญ่เข้าไปจนสุดรูสวรรค์ของหล่อน เขาจะมีความรู้สึกว่า รูจิ๋มของหล่อนมันรัดและตอดลำควยของเขา โดยเฉพาะตรงปลายหัวถอกจะถูกตอดหนึบ ๆ ตลอดเวลาที่เขากระทุ้งและแซะตลอดรูจิ๋มของหล่อน
“ผมก็จะออกแล้ว จิ๋มเยาว์ดูดดีจัง”
“อูย…เทิดขา…อูย เยาว์”
เสียงของเยาวเรสขาดเป็นห้วง ๆ เหมือนจะขาดใจ สะโพกของหล่อนร่อนเร็วยิ่งขึ้นด้วยความลืมตัว รับกับการตะบันลำลึงค์ที่รุนแรงของเทิด
“อูย ซี๊ด…เยาว์ จะ…จะออกแล้ว”
เยาวเรสครางระงมลั่นขณะส่ายจิ๋มรับการตะบันจากหนุ่มคนเลี้ยงม้าครั้งสุดท้าย พร้อมกับน้ำการที่ปริ่มออกมาอย่างสุขสม เทิดเองก็กลั้นไม่อยู่เมื่อถูกน้ำรักชโลมอุ่นวาบ เขากระแทกบักเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมกับน้ำเมือกที่ฉีดอย่างรุนแรงจากลึงค์ของเขา
ทั้งคู่ซบกอดกันนิ่งไปชั่วครู่ นี่แหละครับท่าน ฤทธิ์ของดำฤษณา สามารถบันดาลได้ถึงเพียงนี้ ในโลกของกามกรีฑา ความสุขสุดยอดก็อยู่แค่นั้นแหละ ความเสียวซ่านและจุดหมายปลายทางที่สำเร็จพร้อมกันอย่างสุขสม
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา เทิดเองชักมีความต้องการขึ้นมาอีกแล้ว มันเป็นความกดดันของหนุ่มชาวไร่อย่างเขาที่ไม่ค่อยได้พบกับผู้หญิงบ่อยนัก ความรู้สึกของเทิดจึงคุขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เยาวเรสกลับผุดลุกขึ้นพรวดพราด
“พอก่อนเถอะพ่อปืนใหญ่ เรามากันนานแล้ว ป่านนี้ป๋าคงคอยแย่แล้ว”
“โธ่ เยาวเรส ผม…”
“ฉันรู้ ไม่ต้องพูดหรอก กลับกันก่อนเถอะ รอพรุ่งนี้เช้าเถอะนะ ฉันจะมาขี่ม้ากับเธออีกแต่เช้าเลย ป๋าแกยังไม่ลุกหรอก ปกติไม่เคยตื่นนอนก่อนเที่ยงด้วยซ้ำ”
เทิดถอนหายใจอย่างเสียดาย แต่คำสัญญาของหล่อนที่จะออกมาขี่ม้ากับเขาในวันพรุ่งนี้อีกทำให้เขารออยู่ได้ หลังจากใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว คนทั้งสองก็ควบม้ากลับขึ้นมายังลาดเนินเรือนพักโดยเร็ว
นายชาญชัยยืนท้าวเอวหน้าตูมรออยู่บนเรือนพัก เขาพูดทั้ง ๆ กล้องยาสูบยังคาอยู่ในปาก
“ไปถึงไหนกันมา ฉันสูบยาจนหมดไปหลายกล้องแล้ว”
“โน่น” หล่อนชี้มือ “หลังป่าพงนั่นสวยชะมัดเลย ป๋าต้องหาไปปลูกที่บ้านพักร้อนของเราบ้างนะคะ”
นายชาญชัยไม่ตอบ เดินสะบัดเหมือนผู้หญิงเข้าไปในเรือนพัก เยาวเรสก้าวลงจากหลังม้า ขณะที่ส่งสายบังเจิ๋มยนม้าของหล่อนให้กับชู้หนุ่ม พร้อมกับยักคิ้วให้
“…พรุ่งนี้เช้าพบกัน” เช้ามืดของวันรุ่งขึ้น เทิดตื่นมาอาบน้ำอาบท่าด้วยอารมณ์ผ่องใส
เขาผิวปากเพลงรักอย่างครึกครื้น เพราะเช้ามืดวันนี้ ถ้าเยาวเรสไม่ผิดนัด โลกคงซาบซ่าและโสภาน่าดู เขาคิด
ขณะที่เทิดกำลังสาละวนผูกอานให้ม้าอยู่นั้น พอเงยหน้าขึ้นและมองตรงไปยังทางเดินที่ทอดมาจากเรือนพักรับรอง เทิดก็สะดุ้งและแทบจะสบถออกมาด้วยความผิดหวัง
คุณเยาวเรสของเขาแทนที่หล่อนจะมาคนเดียว กลับมีผู้หญิงอีกคนเดินตัวปลิวตามมาด้วย หล่อนนุ่งกางเกงขี่ม้าทั้งสองคน
เทิดนึกถึงตอนดึกเมื่อคืน หูของเขาคล้าย ๆ จะแว่วได้ยินเสียงแตรรถ แต่ไม่ได้ลุกขึ้นมาดู ลุงเจียกยามหน้าประตูคงจะต้อนรับแทนเขาเป็นแน่ ผู้หญิงคนนี้อาจจะมากับเพื่อนของนายประชุมคนไหนอีกก็ได้ วิมานสวาทที่เขาวาดไว้ต้องพังไปโดยสิ้นเชิงหรือนี่
“ฮัลโหล คาวบอย เห็นไหมฉันไม่ได้ผิดนัดเลย นี่…รู้จักเพื่อนของฉันซิจ๊ะ สุดาทิพย์เขาเป็นแฟนสุทัศน์นักร้องถาดทองคำไงล่ะ มาถึงเมื่อคืนนี้เอง เราชอบขี่ม้าเหมือน ๆ กัน ยายดาเค้ายังเป็นเพื่อนนักเรียนออสเตรเลียรุ่นเดียวกะฉันด้วยนะ”
เทิดก้าวออกไปต้อนรับ เขาระงับความผิดหวังที่กำลังเกิดขึ้นไว้ได้
แต่ความตื่นใจอย่างใหญ่กลับเกิดขึ้นมาแทนที่
เพราะเช้าตรู่วันนี้ ทั้งเยาวเรสและสุดาทิพย์หล่อนแต่งตัวอย่างร้ายกาจอะไรอย่างงั้นก็ไม่รู้ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวของหล่อนทั้งคู่เป็นผ้าแพรเนื้อเลี่ยนทิ้งลงมาแนบกับทรวงอกที่งอนช้อย จนมองเห็นเป็นรูปร่างได้ถนัดถนี่ และที่ร้ายยิ่งกว่านั้น คนทั้งสองไม่ได้สวมบรา จงอยเม็ดบนเนินถันของหล่อนจึงชูเด่นออกมาเห็นถนัดชัดเจน
เอาละไอ้เทิดเอ๋ย ถ้าเอ็งทนได้ก็บวชมันซะพรรษานี้ละวะ คนเลี้ยงม้าหนุ่มคิดในใจอย่างมันส์อารมณ์ขณะที่หันไปจูงม้าที่เตรียมเอาไว้ออกมา
ผู้หญิงสอง…ผู้ชายหนึ่งขี่ม้าโลดแล่นมาท่ามกลางอากาศที่สดชื่นเช้าตรู่
ที่บางแห่งหมอกยังลอยเบาบาง น้ำค้างยังจับเกล็ดบนใบหญ้า ล้อแสงตะวันที่พวยพุ่งขึ้นมาทางขอบฟ้าด้านตะวันออก ทำให้บริเวณด้านนั้นสว่างเรื่อเรือง
ลมเช้าโชยระรื่นเหมือนว่ามันคือสิ่งจากอรุณรุ่งมองให้กับแขกผู้มาเยือน
พอฟ้าสว่างขึ้นเล็กน้อย คนทั้งหมดก็ห่างจากไร่มาลิบลับ
เทิดหันไปมองดูสองสาวที่ควบม้าอยู่เคียงข้างเขา ทุกย่างก้าวที่ม้าสะบัดวิ่ง พวงถันในบราของสองหล่อนสะเทือนกระเพื่อมไหวราวกับบัวถูกคลื่น มันขยับเขยื้อนสะเทือนสะท้านราวกับจงใจจะบดหัวอกคนเลี้ยงม้าหนุ่มอย่างเทิดให้แหลกไปกับสิ่งที่กำลังลุกโชนอยู่ภายใน
คุณสุดาทิพย์คนมาใหม่อายุอานามคงจะอ่อนกว่าเยาวเรสเล็กน้อย รูปร่างเล็กถึงจะไม่อวบอัดเท่ากับเยาวเรสหรือพุ่มพวงดวงจันทร์ของเจ้าหล่อนจะไม่ใหญ่โตพิลึกพิลั่นเหมือนคุณเยาวเรส แต่ขนาดของมันยามสะเทิ้นก็ทำให้เทิดต้องเผลอตัวบีบบังเจิ๋มยนที่กำไว้ในมืออย่างลืมตัว
ครู่ต่อมาเมื่อม้าเริ่มหอบ คนทั้งหมดจึงหยุดม้าที่ชายทุ่งกว้าง ละแวกป่าพงที่หนาทึบ แสงแดดยามที่สาดสีทองส่องให้เห็นพื้นหญ้าของทุ่งกว้างด้านหน้านั่นเหมือนใครเอาพรมสีทองไปปูไว้
เทิดหันไปมองสองสาวอย่างสงสัยเมื่อเห็นเยาวเรสโดดลงจากหลังม้า พยายามจะแก้สายรัดทึบปลดอานม้าอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เขาโดดลงไปช่วย หันไปถามหล่อนแต่สายตากลับจ้องไปที่ทรวงอกมโหฬารคู่นั้น
“จะปลดอานทำไมเล่าครับ ปล่อยมันเล็มหญ้าแถว ๆ นี้ทั้ง ๆ อานอย่างนั้นก็ได้”
“ฉันอยากจะได้ผ้าคลุมหลังมันมาปูนั่ง อากาศแถวนี้ดีเหลือเกิน นั่งเล่นกันสักพักเถิด แดดร้อนเราค่อยกลับกัน หรือว่าไงจ๊ะ…ดา”
สุดาทิพย์เห็นด้วย อาการขรึม ๆ ของหล่อนทำให้เทิดถอนใจ โธ่…นี่เยาวเรสไม่น่าจะพาเพื่อนหล่อนมาด้วยเลย ไม่งั้นบนพื้นหญ้าที่นุ่มเหมือนพรมนี่แหละคือวิมานบนดินของเขาและหล่อนอย่างไม่ต้องสงสัย
เทิดปลดอานม้าพร้อมกับปูผ้ารองหลังลงบนพื้น ตบสะโพกม้าเบา ๆ ไล่ให้มันออกไปเล็มหญ้าอยู่ห่าง ๆ
เทิดขยับจะก้าวออกไปทางอื่นเพื่อปล่อยให้คนทั้งสองคุยกันตามสบาย แต่เยาวเรสเอ่ยเรียก
“จะไปไหนเล่าเทิด มานั่งนี่ซิ เราจำสัญญาที่ฉันให้เราไว้เมื่อวานนี้ได้หรือเปล่า พ่อคาวบอย”
เทิดสะดุ้ง
“สัญญาอะไรหรือครับ…อ้อ…”
เยาวเรสหัวเราะเสียงใสระริก ขณะปลดกระดุมเสื้อแพรต่วนของหล่อนออกอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว
พริบตาเดียวตัวของหล่อนก็เปลือยท่อนบนล่อนจ้อน อกขาวผ่องตูมเต่งปราศจากสิ่งปิดบังเหมือนเมื่อวานนี้
เทิดใจเต้นตูมตาม เขาหันไปมองสุดาทิพย์ คิดว่าหล่อนคงจะกรีดร้องออกมาอย่างละอายต่อพฤติกรรมของเพื่อนสาว แต่สุดาทิพย์…
หล่อนกำลังถอดเสื้อของหล่อนออกเหมือนกัน
เทิดนั่งนิ่งขึงเหมือนกับว่าร่างกายของเขาเป็นแท่งหินมากกว่าเป็นคนมีชีวิตจิตใจด้วยความงุนงง
เยาวเรสดึงมือของเขาเหนี่ยวให้เข้าไปหาหล่อนและสุดาทิพย์ พลางจับมือของเขาไปแปะไว้ที่หน้าอกของสุดาทิพย์เพื่อนสาว
หน้าอกหน้าใจของสุดาทิพย์แม้จะไม่ใหญ่โตเท่าของเยาวเรส แต่ก็จัดว่าเป็นพุ่มพวงที่งามเต่งไปด้วยหนั่นเนื้อ ปลายติ่งของนมเนื้อที่งอนชี้ขึ้นกระทบกับปลายนิ้วของเทิดสั่นไหว
“ซิจ๊ะเทิด…ฉันไม่ลืมสัญญาที่ฉันให้ไว้กับเธอหรอก แต่สัญญาอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เพราะแทนที่เธอจะให้ความสุขกับฉันเพียงคนเดียว เทิดจะต้องยื่นความสุขนั้นให้กับยายดาเพื่อนของฉันด้วย ฉันว่าความแข็งแรงของเธอคงจะมากพอนะ พ่อปืนใหญ่…มาซิ”
คราวนี้เทิดรู้แล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น เขาสะบัดมือหล่อน ผุดลุกขึ้นยืนตระหง่าน
จ้องหน้าหล่อนทั้งสอง…
เทิดบิดกายพร้อมกับถอดเสื้อยืดออกจากศีรษะ ขว้างมันออกจากตัว และวินาทีนั้นเอง เทิดก็ผวาเข้าหาหญิงทั้งสองเหมือนกระทิงเปลี่ยวที่พร้อมจะลงสนามชน
เยาวเรสผลักเทิดให้เบี่ยงเบนเข้าหาเพื่อนสาวอย่างสปอร์ท พร้อมกันกับที่สุดาทิพย์เพื่อนสาวของหล่อนผวาเข้าหาเทิดเหมือนปลาได้น้ำ
“เทิด…”
สุดาทิพย์ครางออกมาเมื่อใบหน้าของเทิดสัมผัสทรวงอกของหล่อน จงอยเนื้อสีชมพูระริกเมื่อถูกริมฝีปากที่ร้อนผ่าวของหนุ่มเลี้ยงม้าอมและเน้นเบา ๆ
“ซี๊ด…เทิดขา ดีจังเลยค่ะ ดา…”
เทิดพลิกร่างสุดาทิพย์เอนลงนอนบนผ้าปูพร้อมกับโถมกายพาดประกบ
ขณะที่ทั้งคู่กำลังกอดก่ายด้วยความเมาอารมณ์ เยาวเรสก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกหมดแล้ว ทั้งยังช่วยถอดให้สุดาทิพย์เพื่อนสาวของเธออีกด้วย
“อูย เทิดขา อย่าเอาลิ้นเลียหัวนมดาเลยค่ะ ดาเสียวค่ะ”
หล่อนร้องระงมบิดกายด้วยความเสียว ความจริงหล่อนอยากจะเสียวให้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่อารมณ์ผู้หญิงมักพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับใจเสมอ
“โอย…ซี๊ด…เสียวที่รูจิ๋มจังเลย เทิดทำอะไรดา อูย…”
สุดาทิพย์ร้องระงมดังจะขาดใจ ความจริงแล้ว เทิดยังไม่ได้แตะต้องเนินสวรรค์ของเธอด้วยซ้ำ
เยาวเรสต่างหากที่กำลังใช้มือลูบไล้อยู่ที่หน้าประตูสวรรค์ของสุดาทิพย์ด้วยความชำนาญเหมือนกับที่เธอลูบไล้โคกสวรรค์ของตัวเองในยามที่อารมณ์ค้างจากนายชาญชัย
ดังนั้นเรื่องนี้เยาวเรสจึงชำนาญเป็นพิเศษ นิ้วเรียวงามของเธอลากเบา ๆ ตามรอยผ่าของเนินสวรรค์ที่เล็กกว่าของเธอเล็กน้อย จิ๋มของสุดาทิพย์เป็นรูปสามเหลี่ยมน่ารัก ขนที่ประปรายอ่อนนุ่มปกคลุมไปทั่ว ตรงกลางรอยแตกของธรรมชาตินั้น จงอยแตดโผล่ขึ้นมาปริ่มระริกไหวยามเธอเอานิ้วของเธอกรีดผ่านและสัมผัสโดน
เยาวเรสเห็นใจสุดาทิพย์เป็นที่สุดที่มีผัวนักร้องจอมเจ้าชู้ เดือนหนึ่ง ๆ ไม่ค่อยมีเวลาจะให้ความสุขกับลูกเมียเลย ตะลอน ๆ ร้องเพลงไปฟาดผู้หญิงอื่นไป ส่วนเมียตัวเองกลับปล่อยให้แห้งคารวงอยู่กับบ้าน คิดไปแล้ว หัวอกของสุดาทิพย์กับเยาวเรสก็คล้าย ๆ กัน เธอทั้งสองจึงรักกันยิ่งนัก มีโอกาสเมื่อไรเป็นได้หาเขาสวมพ่อเจ้าประคุณผัวตัวดีของเธอไม่ขาดเหมือนกัน
“เป็นไงบ้างครับ คุณดา”
“อูย ดามีความสุขจังเลย เทิดขา เทิดบี้แตดให้ดาดีจังเลย ซี๊ด…ฮือ”
สุดาทิพย์หลับตาครางอย่างสุขใจ
“ไม่ใช่ผมหรอกฮะ คุณเยาว์ต่างหากที่เอามือบี้แตดให้คุณดาน่ะ”
“เหรอคะ โอ…ซี๊ด…”
เทิดผุดลุกขึ้นขณะที่เยาวเรสกำลังโก้งโค้งใช้ปากไซ้เนินสวรรค์ให้เพื่อนสาว เขาถอดกางเกงออกอย่างรวดเร็ว และนั่งคุกเข่าอยู่ข้างหลังเยาวเรส และโอบมือไปบี้หัวนมให้กับเธอ
“คุณเยาว์ ยกตูดสูงอีกหน่อยซิฮะ”
“อุ๊ย จะทำท่าไหนนะ”
เยาวเรสแกล้งถามทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่า เทิดคงจะขอเข้าทางด้านหลังเป็นแน่
ปากถามแต่เธอก็ยกตูดโด่งขึ้น มิหน้ำซ้ำยังกางขาออกอีกด้วย ทั้งที่ปากเธอยังไซ้ซอนใช้ลิ้นเลียเม

About the author /